ต้องตั้งชื่อเรื่องเอาไว้อย่างนี้ เพราะช่วงระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา มีรายการบันเทิงหลายรูปแบบที่นำเสนอกันออกมามาทางสื่อ โดยเฉพาะผ่านสื่อมวลชนทางด้านโทรทัศน์ และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในเรื่องของการจัดรายการในรายการหนึ่ง ที่นำเอาผู้ที่เข้าแข่งขันมาอยู่รวมกัน โดยมีการถ่ายทอดสดกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งพฤติกรรมของผู้เข้าแข่งขันตลอด 24 ชั่วโมงให้ชมทางโทรทัศน์ แต่เดิมนำเสนอทางเคเบิ้ลทีวีแบบบอกรับสมาชิก ก็อาจจะไม่ส่งผลกระทบกับสาธารณะมากนัก แต่ปัจจุบันมีการนำเสนอผ่านฟรีทีวีสู่สายตาของประชาชนทั่วไป และยังเป็นรายการที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากในสังคมไทยเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น กฎกติกาที่ไม่มีความแน่นอนของรายการ ความโปร่งใสของคะแนนโหวตที่มาจากผู้ชม และการโฆษณาที่เกินไปจากความเป็นจริง ยังไม่รวมถึงความไม่เหมาะสมของกติกาที่ผู้จัดกำหนดเองที่เรียกว่าเซอร์ไพร้ส์ และประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ ทางสังคมซึ่งถกเถียงกันระหว่างผู้ดูกับผู้ดูด้วยกัน หรือผู้ที่ดูกับผู้ที่ไม่ได้ดู รวมทั้งผู้ที่ไม่เคยดูเลยทั้งคู่
ในขณะที่แวดวงธุรกิจปัจจุบัน หันมาให้ความสนใจกับการประกอบธุรกิจ และการดำเนินกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ภายใต้แนวทางที่เรียกว่า CSR (Corporated Social Responsibility) ซึ่งองค์กรธุรกิจต่างๆ กำลังตื่นตัวอย่างมาก เพราะรู้ดีว่าการประกอบธุรกิจใดๆ หากทำให้สังคมเสียหาย หรือทำให้สังคมเกิดปัญหา ตัวสินค้าหรือกิจกรรมต่างๆ ที่ทำอยู่นั้น ถือว่าเป็นกิกรรมหรือสินค้า "สีเทา" เจ้าของสินค้าหรือผู้ดำเนินการไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ดังเช่นท่าทีของสังคมต่อธุรกิจเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ บุหรี่ ซึ่งเจ้าของธุรกิจมีทั้งที่เป็นองค์กรธุรกิจเอกชนและหน่วยงานของรัฐ ไม่เวนแม้แต่การคำเนินงานเรื่องสลากกินแบ่งของรัฐบาลและเรื่องหวยบนดินหวยใต้ดิน ปัญหาต่างๆ ของสังคมในบ้านเราไม่ค่อยมีผู้ที่จะออกมาให้ทางสว่างกันสักเท่าไร รอจนกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันก่อให้เกิดความเสียหายไปแล้ว จึงค่อยมาตีกรอบล้อมคอก ซึ่งเป็นอย่างนี้กันเรื่อยไป
จากที่กล่าวมาข้างต้น ยังไม่มีความคิดเห็นในเชิงวิชาการใดๆ ที่จะมีต่อรายการที่กล่าวถึง เพื่อทำให้เกิดความตระหนักและสำนึกของทุกฝ่ายขึ้นมาในสังคมบ้าง ต้องมองปัญหาทุกส่วนโดยไม่ปิดประเด็นที่เป็นภาวะจำยอมอย่างที่กำลังถกเถียงกัน เช่น กติกาเขาเป็นอย่างนี้ ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องดู หรือดูได้แต่ไม่ต้องมีส่วนร่วม รวมทั้งการดูไปด่าไปที่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เลยกับส่วนรวม นอกจากความสะใจของคนกลุ่มเดียวกัน เป็นต้น และต้องไม่ลืมว่าบนความหลากหลายของสังคมและมุมมองต่อสาธารณะ การมองปัญหาจะต้องมองปัญหาแบบองค์รวมไม่อาจที่จะมองแยกเป็นส่วนๆ แล้วเอาข้อดีของตนไปโจมตีหรือว่าร้ายผู้อื่น จะต้องนำเอาประโยชน์ของแนวความคิดทั้งทางด้านบริหารธุรกิจ ด้านสังคมศาสตร์ และกิจกรรมที่เน้นความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR มาใช้ เพื่อช่วยให้มีมุมมองต่อปัญหาและสิ่งต่างๆ อย่างมีเหตุผลมากกว่าที่จะคิดและวิพากษ์วิจารณ์ไปตามอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง
รายการดังกล่าวนี้เป็นรายการเรียลลิตี้โชว์ ที่สามารถปลุกกระแสความสนใจต่อรายการประเภทนี้ได้ในประเทศไทย โดยรายการได้ตั้งจุดประสงค์ไว้เพื่อค้นหานักล่าฝันที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพื่อรับรางวัลมากมายพร้อมกับโอกาสที่จะได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ซึ่งผู้จัดได้ไปซื้อลิขสิทธิ์รายการมาจากประเทศเม็กซิโก ที่มีรูปแบบรายการที่คล้ายคลึงกับรายการ Star Academy ซึ่งได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก แต่ปรับเปลี่ยนมาเป็นเรียลลิตี้โชว์ 24 ชั่วโมง ในอาเซียนนี้ต้องถือว่าประเทศไทยนำมาจัดเป็นลำดับที่ 3 ต่อจากมาเลเซียและอินโดนิเซียตามลำดับ ใช้วิธีการคัดเลือกนักล่าฝันจำนวนหนึ่ง (12-20 คน) จากทั่วประเทศเข้ามาเพื่อให้ Trainer ในบ้านแต่ละสาขา ไม่ว่าจะเป็น Voice Trainer, Acting Trainer และ Dance Trainer ได้ขัดเกลาและฝึกซ้อม ให้พร้อมรับโจทย์ในแต่ละสัปดาห์และขึ้นทำการแสดงคอนเสิร์ตในวันเสาร์ ตลอดฤดูกาลจะอยู่ในบ้านที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อถ่ายทอดให้เห็นสิ่งต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับการตัดสินจะใช้วิธีการโหวตจาก sms จากผู้ชมทั่วประเทศ ผู้ที่ได้คะแนนโหวตที่น้อยที่สุดในแต่ละสัปดาห์เมื่อจบคอนเสิร์ตในวันเสาร์จะต้องเป็นผู้ที่เดินออกจากบ้านไป
รายได้ของรายการ หลักๆ จะมาจากค่าสปอนเซ่อร์ ค่าโฆษณา และยอดโหวต sms มีตัวเลขของยอดโหวตที่ผ่านมา เช่น AF1มียอดการโหวต 9 ล้านโหวต AF2มียอด 11 ล้านโหวต AF3มียอด 13.5 ล้านโหวต และ AF4มียอด 20 ล้านโหวต ทั้งนี้จำนวนโหวตที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ฤดูกาลมาจากช่องทางที่ดูได้มากขึ้นจาก internet ฟรีทีวี และโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งการกระตุ้นรายการ เช่น การโหวตคัด 12 คน จาก 20 คน การโหวตเลือก The most popular ในสัปดาห์ถัดจากคอนเสิร์ตรอบชิงชนะเลิศของ AF4 เป็นต้น โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ถ่ายทอดสดที่ออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวีในทุกวันเสาร์ พบว่าร้อยละ 40 ของยอดโหวตมาจากผู้ที่ชมผ่านทางช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี นอกจากนั้นยังมีข้อมูลตัวเลขจากฤดูกาลที่ผ่านมา คือ AF4 ว่า ร้อยละ 80 ของจำนวนคนโหวตมาจากผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์ทรูมูฟระบบ prepaid หรือระบบเติมเงิน ร้อยละ 70-80 ของคนโหวตไม่ใช่ลูกค้าทรูมูฟ จำนวนงินสูงสุดที่มีผู้โหวตในแต่ละสัปดาห์ คือ 15,000 บาท รายได้จากการ chat สดผ่านจอสูงถึงสัปดาห์ละ 1 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขต่างๆ ที่ได้มาจากสารานุกรมเสรีวิกิพีเดียเหล่านี้มีนัยสำคัญที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น
ที่มาของปัญหา
จำเป็นต้องบอกกล่าวกันในเบื้องต้นไว้ก่อนว่า ที่ต้องนำเรื่องราวของรายการนี้มาวิเคราะห์หาคำตอบให้สาธารณะได้รับรู้ เพราะเป็นรายการที่มีการนำเสนอผ่านสื่อโทรทัศน์ที่เป็นของส่วนรวม ควรได้รับการตรวจสอบและพิจารณาถึงความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่นเดียวกัยรายการบันเทิงอื่นๆ เพราะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคนดูและมีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ซึ่งมีคำถามเกิดขึ้นมากมายต่อรายการนี้ เช่น แนวคิดของรายการเหมาะกับสังคมไทยหรือไม่ รายการบันเทิงประเภทนี้ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้ชมอย่างไร เนื้อหาของรายการให้ประโยชน์กับเยาวชนและผู้คนในสังคมเพียงใด และการมีส่วนร่วมของผู้ดูกับรายการเหมาะกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งมีการสร้างค่านิยมที่ดีงามให้กับสังคมบ้างหรือไม่อย่างไร คำถามต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมาจากกลุ่มคนหลายๆ กลุ่ม หลังจากที่ดำเนินรายการมาจนถึงฤดูกาลที่ 5 ซึ่งกำลังดำเนินรายการอยู่ในขณะนี้ ทั้งกลุ่มที่ดู กลุ่มที่ไม่ดู กลุ่มที่เฉยๆ และกลุ่มที่ต่อต้าน จึงเป็นประเด็นที่ควรนำมาวิเคราะห์ เพื่อหาคำตอบให้สังคมและสาธารณะในมุมมองต่างๆ ทั้งมุมมองของการประกอบธุรกิจ ที่ควรเป็นบรรษัทภิบาลไม่ว่าจะเป็นตัวสินค้าหรือการบริหาร และมุมมองของการทำรายการบันเทิงทางสื่อโทรทัศน์ที่ควรให้สิ่งดีๆ กับคนดู อันเป็นสิ่งที่สังคมเรียกร้องกันอยู่ในเวลานี้
คำถามหลัก
แนวคิดของรายการเหมาะสมกับสังคมไทยหรือไม่
ในขณะที่รายการนี้เป็นรายการที่ผลิตจากประเทศต้นแบบ คือ เม็กซิโก และเราไปซื้อรายการนี้มาพร้อมลิขสิทธิ์ (เป็นข้อผูกมัดปกติของการแสดงความเป็นเจ้าของในงานที่เกี่ยวข้องกับสื่อ เช่นเดียวกับลิขสิทธิ์ภาพยนต์ ลิขสิทธิ์เพลง) เหตุผลในการซื้อลิขสิทธิ์เพื่อมานำเสนอในประเทศไทย ใช่หรือไม่ว่าเป็นเพราะรายการดังกล่าวเป็นรายการบันเทิงที่ดีที่สุดในโลก ให้คุณค่าดีและมีสาระประโยชน์ที่ควรค่าแก่การติดตามชม ต้องวิเคราะห์เจาะลึกกันลงไปให้ชัดเจน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจะมีผลกระทบต่อค่านิยมของผู้ชม ที่ต้องยอมรับความจริงว่า กลุ่มผู้ชมหลักจะเป็นเด็กและเยาวชน นอกจากนั้นแล้วประเทศของเรายังได้รับบทเรียนจากพิษของระบบทุนนิยม ที่ดูเหมือนจะทำธุกิจเพื่อหวังผลกำไรโดยไม่คำนึงถึงสังคม ซึ่งในภาคธุรกิจกันเองก็มีการพูดถึงเรื่องนี้กันอยู่มาก การจะออกตัวว่าชมเพื่อความบันเทิงไม่ต้องคิดอะไรมากนั้น เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจ ไม่คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากรายการที่นำเสนอ และต้องไม่ลืมว่าเวลาของสื่อมีคุณค่าต่อการเรียนรู้ของสังคมอย่างยิ่ง
รายการอย่างนี้ เหมาะสมที่จะนำเสนอทางฟรีทีวีแค่ไหน
รายการลักษณะนี้ที่นำเสนออยู่ทางเคเบิ้ลทีวีแบบบอกรับสมาชิก ก็ถือว่าเป็นการจำกัดอยู่ในกลุ่มเฉพาะ คนที่ดูถือว่ามีความสมัครใจ เพราะจะต้องสมัครเข้าเป้นสมาชิกโดยไม่มีใครบังคับ แต่ในขณะที่นำเอารายการมานำเสนอผ่านฟรีทีวี โดยหวังผลของการโฆษณาและการขยายตลาด ที่ไม่แตกต่างอะไรกับสินค้าสีเทา เหล้า บุหรี่ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ นั้น ควรมีข้อจำกัดแค่ไหน โดยเฉพาะในเรื่องของการโฆษณาชวนเชื่อในเรื่องของการโหวต ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าไปก่อนไม่ว่าจะมีการคืนเป็นโบนัสให้ภายหลังหรือไม่ก็ตาม นอกจากผลโหวตจะไม่ได้มีผลในเรื่องของความสามารถอย่างแท้จริงของผู้ที่เข้ามาแข่งขันแล้ว ยังมีการชักจูงให้ทำการโหวตคราวละมากๆ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อผลของรายได้เท่านั้น โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีรายได้ และยังไม่มีความยั้งคิดเพียงพอที่จะพิจารณาว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร ซึ่งแตกต่างจากผู้ใหญ่ที่ออกตัวว่าดูแต่ไม่โหวต ซึ่งกลายเป็นผู้ที่ละเลยสังคมไปอย่างไม่รู้ตัว และยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้จัดรายการไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมอย่างที่กล่าวไปแล้ว
รายการลักษณะนี้ สร้างทัศนคติและค่านิยมที่ผิดอย่างไร
จากการที่ใช้ผลโหวตที่มากที่สุดเป็นการตัดสินการก้าวต่อไปของผู้เข้าร่วมแข่งขัน ที่เรียกว่า popular vote ที่หลายคนออกมาให้ความเห็นที่เข้าใจในเรื่องของการทำธุรกิจ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีรายได้ จะต้องมีกำไร นอกจากจะมีจุดมุ่งที่เห็นได้ชัดเจนในเรื่องของการหากำไรแล้ว ยังเป็นการสร้างทัศนคติและค่านิยมที่ไม่เหมาะสม โดยทำให้การโหวตนั้นทำไปเพียงเพื่อความชอบหรือความนิยมส่วนตัวเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลประกอบกับการตัดสินใจ เท่ากับทำให้เด็กและเยาวชนหรือแม้แต่ผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะใดๆ มามีส่วนร่วมในการโหวต ซึ่งเหมือนกลายเป็นคนไม่มีเหตุผลไปโดยปริยาย เพราะกติกาของรายการที่กำหนดไว้ ไม่ได้ทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการพิจารณาความสามารถของผู้ที่เข้าร่วมแข่งขัน ทั้งยังโต้แย้งกับผู้ที่เห็นไม่ตรงกันด้วยอย่างรุนแรง ซึ่งสามารถจะพบเห็นได้ตาม webboard ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการส่ง sms ที่แสดงข้อความบนหน้าจอโทรทัศน์ ที่แสดงให้เห็นถึงความเสื่อมของสังคมได้อย่างสุดๆ การจะช่วยกันทำให้สังคมดีขึ้น คงไม่ใช่เรื่องที่จะมาบอกเพียงว่า ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องดู หรือที่ร้ายกว่านั้น คือ หากระดาษมาปิดข้อความ sms ที่จอโทรทัศน์ด้านล่าง แล้วปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินต่อไป อย่างที่ต้องใช้คำว่า "ผู้ใหญ่รังแกฉัน"
ความเป็นเรียลลิตี้ (reality) ของรายการนั้นจริงหรือไม่
เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมาก สำหรับการเป็นรายการเรียลลิตี้ ที่รายการนี้มุ่งจะให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างของพฤติกรรม ซึ่งปรากฏออกมาเป็นเรื่องจริง ไม่มีพล็อตเรื่องไม่มีบทไม่มีสคริปต์ แต่ในบางครั้งเหมือนกับเป็นเรื่องจงใจที่จะให้เกิด เพื่อให้เป็นประเด็นที่จะทำให้คนสนใจติดตาม และนำไปสู่การแสวงหารายได้จากการแสดงความคิดเห็น ผ่านการส่งข้อความหรือการโหวตจากผู้ดูอย่างไม่เป็นธรรม เพราะเป็นการสร้างเรื่องมากกว่าที่จะให้ทุกอย่างเกิดขึ้นเองตามความเป็นเรียลลิตี้ แต่ไม่ว่าประเด็นที่กล่าวถึงจะเป็นอย่างไร สิ่งที่เป็นเรียลลิตี้คือการส่งข้อความและการโหวตที่เกิดมาจากการใช้สื่อและการถ่ายทอดเป็นตัวกระตุ้น ซึ่งหลายคนอาจจะเห็นว่าเป็นสิทธิ์และไม่ได้มีการบังคับแต่อย่างใด แต่ถ้ามองในแง่มุมของการประกอบธุรกิจในแบบบรรษัทบริบาล หรือ CSR : Corporate Social Responsibility คงจะต้องมีคำถามว่าบริษัทประกอบธุรกิจโดยคำนึงถึงสังคมหรือไม่ เพราะการกล่าวอ้างในเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ด้วยกิจกรรมอื่นๆ ในเชิงหลักการแล้วถือว่าเป็น CSR เทียม เนื่องจาก CSR แท้จะก่อตัวมาจากการประกอบธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมตั้งแต่ต้นน้ำด้วย มีตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบธุรกิจในการขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์พยายามเข้ามาสนับสนุนวงการกีฬา เขาไม่ถือว่าเป็น CSR หรือเป็น CSR เทียม เพราะเป็นการสร้างภาพให้เบี่ยงเบนไปจากธุรกิจที่กระทบสังคม
อันว่าเครื่องดื่มนั้นต้องดี...ฉันจึงดื่ม และเช่นกัน อันดนตรีต้องไพเราะ...ฉันจึงฟัง
แล้วความบันเทิงนี้...จะมีอะไรมาเทียบ
เกี่ยวกับฉัน
- อาจารย์ประวิทย์ฯ ( อาจารย์ต้อ ) ที่เด็กๆ และญาติสนิทมิตรสหายเรียกอีกชื่อว่า "ลุงโจ" หรือ "UNCLE JO"
- อาจารย์พิเศษระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ในวิชาความเสื่อมและพัฒนาการทางการเมือง (รัฐศาสตร์ : สาขาวิชาการเมืองการปกครอง) วิชาการสร้างสรรค์และการผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประสัมพันธ์) วิชาการรณรงค์การสื่อสารแบบบูรณาการ (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์) วิชาสื่อเพื่อการพัฒนา (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์) วิชายุทธศาสตร์การพัฒนา (รัฐศาสตร์ : สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น) และวิชาการบริหารการคลังสาธารณะและงบประมาณ (รัฐประศาสนศาสตร์ : สาขาการบริหารและการพัฒนาประชาคมเมืองและชนบท) รวมทั้งบรรยายในหลักสูตรบริหารธุรกิจในระดับปริญญาโท เรื่องความรู้เกี่ยวกับบรรษัทบริบาล หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) กับการประกอบธุรกิจทั่วไป
กระดานสนทนา
คลังบทความของบล็อก
02 มิถุนายน 2551
05 เมษายน 2551
NEWYORK NEWYORK NEWYORK
ไปเจอวีดีโอเพลงนี้เข้าโดยบังเอิญใน Daily Motion ชอบทั้ง Idea และ Production อีกทั้งแนวดนตรีก็แปลกหูดี สรุปรวมๆ ว่าชอบ เลยขอเอามาแบ่งปันให้ฟังกัน เป็นเพลงเก่าที่รู้จักกันดีในละคร Broardway ที่ฟังทีไรไม่เคยเบื่อสักที
NEWYORK NEWYORK NEWYORK
NEWYORK NEWYORK NEWYORK
18 มีนาคม 2551
This Love - Maroon 5
วงดนตรีวงหนึ่งที่มีโปรแกรมแสดงคอนเสิร์ตในเมืองไทย และเป็นที่ชื่นชอบของคอเพลงสากลวัยรุ่นบ้านเราไม่น้อย วงดนตรีวงนั้น คือ วง Maroon 5 ต้องยอมรับว่าแรกๆ ไม่ได้ให้ความสนใจกับเพลงของวงนี้เท่าไรนัก แต่พอได้ฟังแนวดนตรีและเนื้อหาของเพลงแล้ว ดูแตกต่างจากเพลงทั่วไป จึงเริ่มที่จะฟังไปเรื่อยๆ จนรู้สึกชอบ อย่างเช่นเพลงที่นำมาลงไว้เพลงนี้
This Love
Artist - Maroon 5
I was so high I did not recognize
The fire burning in her eyes
The chaos that controlled my mind
Whispered goodbye and she got on a plane
Never to return again
But always in my heart
This love has taken it’s toll on me
She said goodbye too many times before
And her heart is breaking in front of me
I have no choice cause I won’t say goodbye anymore
I tried my best to feed her appetite
Keep her coming every night
So hard to keep her satisfied
Kept playing love like it was just a game
Pretending to feel the same
Then turn around and leave again
This love has taken it’s toll on me
She said goodbye too many times before
And her heart is breaking in front of me
I have no choice cause I won’t say goodbye anymore
I’ll fix these broken things
Repair your broken wings
And make sure everything’s alright
My pressure on her hips
Sinking my fingertips
Into every inch of you
Cause I know that’s what you want me to do
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
