Artist : Bette Midler
อันว่าเครื่องดื่มนั้นต้องดี...ฉันจึงดื่ม และเช่นกัน อันดนตรีต้องไพเราะ...ฉันจึงฟัง
แล้วความบันเทิงนี้...จะมีอะไรมาเทียบ
เกี่ยวกับฉัน
- อาจารย์ประวิทย์ฯ ( อาจารย์ต้อ ) ที่เด็กๆ และญาติสนิทมิตรสหายเรียกอีกชื่อว่า "ลุงโจ" หรือ "UNCLE JO"
- อาจารย์พิเศษระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ในวิชาความเสื่อมและพัฒนาการทางการเมือง (รัฐศาสตร์ : สาขาวิชาการเมืองการปกครอง) วิชาการสร้างสรรค์และการผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประสัมพันธ์) วิชาการรณรงค์การสื่อสารแบบบูรณาการ (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์) วิชาสื่อเพื่อการพัฒนา (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์) วิชายุทธศาสตร์การพัฒนา (รัฐศาสตร์ : สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น) และวิชาการบริหารการคลังสาธารณะและงบประมาณ (รัฐประศาสนศาสตร์ : สาขาการบริหารและการพัฒนาประชาคมเมืองและชนบท) รวมทั้งบรรยายในหลักสูตรบริหารธุรกิจในระดับปริญญาโท เรื่องความรู้เกี่ยวกับบรรษัทบริบาล หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) กับการประกอบธุรกิจทั่วไป
กระดานสนทนา
25 ตุลาคม 2550
Wind Beneath My Wings - Bette Midler
Artist : Bette Midler
16 กันยายน 2550
The Power Of Love - Celine Dion
The power of love
The whispers in the morning
Of lovers sleeping tight
Are rolling like thunder now
As I look in your eyes
I hold on to your body
And feel each move you make
Your voice is warm and tender
A love that I could not forsake
(first chorus)
'Cause I am your lady
And you are my man
Whenever you reach for me
I'll do all that I can
Even though there may be times
It seems I'm far away
Never wonder where I am
'Cause I am always by your side
(repeat first chorus)
(second chorus)
We're heading for something
Somewhere I've never been
Sometimes I am frightened
But I'm ready to learn
Of the power of love
The sound of your heart beating
Made it clear suddenly
The feeling that I can't go on
Is light years away
(repeat first chorus)
(repeat second chorus)
เพลง The Power Of Love เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ชอบมาก โดยเฉพาะเสียงร้องของศิลปินหญิงแสนสวย Cilene Dion คนทั่วไปอาจจะรู้จักเธอจากเพลง My Heart Will Go On ซึ่งเป็นเพลง Theme จากภาพยนต์เรื่อง Titanic แต่ Cilene มีผลงานเพลงเยอะมาก และแต่ละเพลงก็สุดยอดทั้งนั้น มีเพลงจังหวะเร็วของเธออยู่เพลงหนึ่งที่ฟังไม่เคยเบื่อ คือ That's The Way It Is แต่ตอนนี้นำ MV เพลง The Power Of Love มาชมและฟังกันก่อนดีกว่านะครับ
One Moment In Time ที่ทำให้คนร้องพ่นไฟได้
สุดยอดศิลปิน Whitney Houston
I Will Always Love You
If I should stay
I would only be in
... your way
So I'll go
But I know
I'll think of you,
Every step of
The way
And I will always love you
I will always love you
You, my darling you... mmmmm
Better sweet, memories
That is all
I'm taking with me
So goodbye
Please don't cry
We both know
I'm not what you...
You need
And I will always love you
I will always love you
I hope life treats you kind
And I hope
You'll have all you
Dreamed have
And I'm wishing you joy and happiness
But above all this
I'm wishing you...
Love...
And I will always love you
I will always love you
I will always love you
I will always love you
I will always love you
I, I will always love you
You, Darling I love you
13 กันยายน 2550
เพลงพระราชนิพนธ์ยามเย็น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสกับคณะกรรมการของสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อสมทบทุน “โครงการพัฒนาตามพระราชประสงค์” ณ ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2524 ว่า
"เพลง 'ยามเย็น' เพลงที่สองนั้นนะ เป็นเพลงพี่ของเพลง 'สายฝน' แก่เดือนไป 1 เดือน เขาเกิดเดือนเมษายน (2489)"
ทรงพระราชนิพนธ์เพลง "ยามเย็น" ตั้งแต่ยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช และโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงประพันธ์คำร้องภาษาไทย และศาสตราจารย์ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ
เพลงพระราชนิพนธ์ "ยามเย็น" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกที่พระราชทานให้นำออกบรรเลงในงานของสมาคมป้องกันวัณโรค เป็นเพลงในจังหวะฟ็อกซ์ทร็อต เหมาะสำหรับการเต้นรำของคนไทยในสมัยนั้น จึงเป็นที่ประทับใจพสกนิกรมาก และกลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมทันที แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า
"เพลง 'ยามเย็น' นี้เป็นที่รู้จัก แต่ไม่โด่งดังเหมือน 'สายฝน' "
เพลงพระราชนิพนธ์สายฝน
ทำนอง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
แดดรอนรอน เมื่อทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา
ทอแสงเรืองอร่ามช่างงามตา ในนภาสลับจับอัมพร
แดดรอนรอน เมื่อทินกรจะลาโลกไปไกล
ยามนี้จำต้องพรากจากดวงใจ ไกลแสนไกลสุดห่วงยอดดวงตา
แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน ทุกวันคืนรื่นอุรา
ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญาณ์ เหมือนดังนภาไร้ทินกร
แดดรอนรอน หากทินกรจะลาโลกไปไกล
ความรักเราคงอยู่คู่กันไป ในหัวใจคงอยู่คู่เชยชม
แดดรอนรอน หมู่มวลภมรบินลอยล่องตามลม
คลอเคล้าพฤกษาชาติชื่นเชยชม ชมสมตามอารมณ์ล่องเลยไป
ลิ่วลมโชย กลิ่นพรรณไม้โปรยโรยร่วงห่วงอาลัย
ยามสายัณห์พลันพรากจากดวงใจ คอยแสงทองวันใหม่กลับคืนมา
แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน ทุกวันคืนชื่นอุรา
ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญาณ์ เหมือนดังนภาไร้ทินกร
โอ้ยามเย็น จวบยามนี้เป็นเวลาสุดอาวรณ์
ยามไร้ความสว่างห่างทินกร ยามรักจำจะจรจากกันไป
เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง
เป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ในขณะที่ทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช โดยพระราชทานทำนองให้ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ประเสริฐ ณ นคร อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำไปประพันธ์คำร้องภาษาไทย โดยมิได้ทรงกำหนดพระราชประสงค์ ซึ่ง ศาสตราจารย์ดอกเตอร์ประเสริฐ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าแรงบันดาลใจของเนื้อเพลงนี้ มาจากเสียงไก่ขันที่ได้ยินจากข้างบ้าน
"บ้านที่อยู่นั้น คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ ท่านก็ต้องการจะส่งเสริมการเลี้ยงไก่ เพื่อให้ไก่ที่อยุ่ในกรงสามารถไข่ได้มาก แล้วก็ให้อาหารเต็มที่ ตื่นเช้ามาไก่ขันกันเต็มไปหมดเลย ก็ได้แรงบันดาลใจจากอันนั้น"
เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง เป็นเพลงที่มีเสียงไมเนอร์ครึ่งเสียง คือเสียง "แต่" ในวรรคที่มีคำร้องว่า "ได้ยินเสียงแว่วดังแผ่วมาแต่ไกลไกล" ซึ่งคนไทยยังไม่เคยชิน แต่ในที่สุดก็ยอมรับและเป็นที่นิยมในโอกาสต่อๆมา นอกจากนี้ ยังเป็นเพลงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำลูกล้อลูกรับของดนตรีไทยมาใส่ไว้ในทำนองด้วย
ศาสตราจารย์ ดอกเต้อร์ประเสริฐเล่าว่า ได้ใช้เวลาแต่งเนื้อร้องเพียง 1 ชั่วโมง แต่ด้วยความไม่ชำนาญในโน้ตสากล จึงแต่งในลักษณะ "จบเพลงวรรคหนึ่งก็ประพันธ์เนื้อไปวรรคหนึ่ง พอจบตอนที่สามไม่ทราบว่าที่มีจุด 2 จุดท้ายโน้ตเพลงหมายความว่าให้บรรเลงย้อนต้น และต้องแต่งท่อนที่สี่อีกจึงลงท้ายเพลงว่า "โอ้ในยามนี้ เพลินหนักหนาแสงทองนวลผ่องนภา แสนเพลินอุราเหลือลืม" เมื่อจบท่อนที่ 3 ต่อมาเมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงอธิบายให้ทราบว่าจะต้องแต่งท่อนที่ 4 เพิ่มเติมอีก จึงได้เพิ่ม "หมู่มวลวิหคบินผกมาแต่รังนอน เฝ้าเชยชิดช้อนลิ้มชมบัวบาน" ส่วนตอนที่ว่า "ฟังเสียงบรรเลง ดังเพลงขับขาน สอดคล้องกังวาน ซาบซ่านจับใจ" พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงกรุณาเพิ่มเติมให้"
เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่งนี้ โปรดเกล้าฯ ให้นำออกบรรเลงครั้งแรกทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ สำหรับคำร้องภาษาอังกฤษ โปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ฯ แต่งขึ้นภายหลัง โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงช่วยแก้ไขให้ด้วย
เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง
ได้ยินเสียงแว่วดังแผ่วมาแต่ไกลไกล ชุ่มชื่นฤทัยหวานใดจะปาน
ฟังเสียงบรรเลงขับเพลงประสาน จากทิพย์วิมานประทานกล่อมใจ
ใกล้ยามเมื่อแสงทองส่อง ฉันคอยมองจ้องฟ้าเรืองรำไร
ลมโบกโบยมาหนาวใจ รอช้าเพียงไรตะวันจะมา
เพลิดเพลินฤทัยฟังไก่ประสานเสียงกัน ดอกมะลิวัลย์อวลกลิ่นระคนมณฑา
โอ้ในยามนี้เพลินหนักหนา แสงทองนวลผ่องนภา แสนเพลินอุราสำราญ
หมู่มวลวิหคบินผกมาแต่รังนอน เฝ้าเชยชิดช้อนลิ้มชมบัวบาน
ยินเสียงบรรเลงดังเพลงขับขาน สอดคล้องกังวานซาบซ่านจับใจ
POSTER : YOUNG AT HEART

YOUNG AT HEART
10 กันยายน 2550
เพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน
04 กันยายน 2550
AM I THAT EASY TO FORGET ?
AM I THAT EASY TO FORGET ?
Artist Jim Reeves
Written by Carl Belew and W. S. Stevenson
They say you've found somebody new,
But that won't stop my loving you.
I just can't let you walk away,
Forget the love I had for you.
Guess I could find somebody, too,
But I don't wan't no one but you.
How could you leave without regret?
Am I that easy to forget?
Before you leave be sure you find.
You want his love much more than mine.
Cause I'll just say we've never met,
If I'm that easy to forget.
Before you leave be sure you find.
You want his love much more than mine.
Cause I'll just say we've never met,
If I'm that easy to forget.
If I'm that easy to forget.
03 กันยายน 2550
FROM RUSSIA WITH LOVE

02 กันยายน 2550
พ่อของแผ่นดิน
คำร้อง โดย ชาลี อินทรวิจิตร , อาจินต์ ปัญจพรรค์ , สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ และ สุรพล โทณะวณิก
ทำนอง โดย ศ.พิเศษ ดร. แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ , วิรัช อยู่ถาวร , พิมพ์ปฎิพาณ พึ่งธรรมจิตต์ และ จิรวุฒิ กาญจนะผลิน
(หญิง) อัครศิลปิน กรองศาสตร์ กรองศิลป์ การดนตรี ร้อยกรอง บทกวี ซึ้งกมล ตราบฟากฟ้าครึ้มฝน ต้นไม้ทุกต้น พลอยยินดี รู้รักสามัคคีเพื่อพ่อแห่งไทย
(ชาย) เหล่าประชา คารวะ สดุดี แผ่นดินนี้ มีสุข ด้วยองค์พระทรงชัย บรรดาชาติชน ชื่นชม สมใจ ถวายบังคม เทิดไท้ ภูมิพลมหาราชา
(หญิง) *ภักดีถวาย ดวงใจ ของไทยทั้งชาติ มหาราช ปราดเปรื่อง เรื่องของกีฬา
(ชาย) ล้ำเลิศสื่อสาร พลังงานแทนแก้ปัญหา ฝนหลวง ฟ้าห่วงชาวนา ชาติไทย นับว่าโชคดี
(ชาย-หญิง) ** ทรงนำเศรษฐกิจพอเพียง หล่อเลี้ยงชีวา เป็นปรัชญา เกริกฟ้า ก้องปฐพี ไทยทั้งผอง ภูมิใจ ไทยเป็นไทยจนวันนี้ เพราะองค์ภูมิพลที่ คุ้มครองไทย
(ซ้ำ *, **)
