อันว่าเครื่องดื่มนั้นต้องดี...ฉันจึงดื่ม และเช่นกัน อันดนตรีต้องไพเราะ...ฉันจึงฟัง

อันว่าเครื่องดื่มนั้นต้องดี...ฉันจึงดื่ม และเช่นกัน อันดนตรีต้องไพเราะ...ฉันจึงฟัง
แล้วความบันเทิงนี้...จะมีอะไรมาเทียบ

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
อาจารย์พิเศษระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ในวิชาความเสื่อมและพัฒนาการทางการเมือง (รัฐศาสตร์ : สาขาวิชาการเมืองการปกครอง) วิชาการสร้างสรรค์และการผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประสัมพันธ์) วิชาการรณรงค์การสื่อสารแบบบูรณาการ (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์) วิชาสื่อเพื่อการพัฒนา (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์) วิชายุทธศาสตร์การพัฒนา (รัฐศาสตร์ : สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น) และวิชาการบริหารการคลังสาธารณะและงบประมาณ (รัฐประศาสนศาสตร์ : สาขาการบริหารและการพัฒนาประชาคมเมืองและชนบท) รวมทั้งบรรยายในหลักสูตรบริหารธุรกิจในระดับปริญญาโท เรื่องความรู้เกี่ยวกับบรรษัทบริบาล หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) กับการประกอบธุรกิจทั่วไป
Powered By Blogger

13 กันยายน 2550

เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง

เป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ในขณะที่ทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช โดยพระราชทานทำนองให้ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ประเสริฐ ณ นคร อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำไปประพันธ์คำร้องภาษาไทย โดยมิได้ทรงกำหนดพระราชประสงค์ ซึ่ง ศาสตราจารย์ดอกเตอร์ประเสริฐ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าแรงบันดาลใจของเนื้อเพลงนี้ มาจากเสียงไก่ขันที่ได้ยินจากข้างบ้าน

"บ้านที่อยู่นั้น คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ ท่านก็ต้องการจะส่งเสริมการเลี้ยงไก่ เพื่อให้ไก่ที่อยุ่ในกรงสามารถไข่ได้มาก แล้วก็ให้อาหารเต็มที่ ตื่นเช้ามาไก่ขันกันเต็มไปหมดเลย ก็ได้แรงบันดาลใจจากอันนั้น"

เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง เป็นเพลงที่มีเสียงไมเนอร์ครึ่งเสียง คือเสียง "แต่" ในวรรคที่มีคำร้องว่า "ได้ยินเสียงแว่วดังแผ่วมาแต่ไกลไกล" ซึ่งคนไทยยังไม่เคยชิน แต่ในที่สุดก็ยอมรับและเป็นที่นิยมในโอกาสต่อๆมา นอกจากนี้ ยังเป็นเพลงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำลูกล้อลูกรับของดนตรีไทยมาใส่ไว้ในทำนองด้วย

ศาสตราจารย์ ดอกเต้อร์ประเสริฐเล่าว่า ได้ใช้เวลาแต่งเนื้อร้องเพียง 1 ชั่วโมง แต่ด้วยความไม่ชำนาญในโน้ตสากล จึงแต่งในลักษณะ "จบเพลงวรรคหนึ่งก็ประพันธ์เนื้อไปวรรคหนึ่ง พอจบตอนที่สามไม่ทราบว่าที่มีจุด 2 จุดท้ายโน้ตเพลงหมายความว่าให้บรรเลงย้อนต้น และต้องแต่งท่อนที่สี่อีกจึงลงท้ายเพลงว่า "โอ้ในยามนี้ เพลินหนักหนาแสงทองนวลผ่องนภา แสนเพลินอุราเหลือลืม" เมื่อจบท่อนที่ 3 ต่อมาเมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงอธิบายให้ทราบว่าจะต้องแต่งท่อนที่ 4 เพิ่มเติมอีก จึงได้เพิ่ม "หมู่มวลวิหคบินผกมาแต่รังนอน เฝ้าเชยชิดช้อนลิ้มชมบัวบาน" ส่วนตอนที่ว่า "ฟังเสียงบรรเลง ดังเพลงขับขาน สอดคล้องกังวาน ซาบซ่านจับใจ" พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงกรุณาเพิ่มเติมให้"

เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่งนี้ โปรดเกล้าฯ ให้นำออกบรรเลงครั้งแรกทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ สำหรับคำร้องภาษาอังกฤษ โปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ฯ แต่งขึ้นภายหลัง โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงช่วยแก้ไขให้ด้วย

เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง

ได้ยินเสียงแว่วดังแผ่วมาแต่ไกลไกล ชุ่มชื่นฤทัยหวานใดจะปาน

ฟังเสียงบรรเลงขับเพลงประสาน จากทิพย์วิมานประทานกล่อมใจ
ใกล้ยามเมื่อแสงทองส่อง ฉันคอยมองจ้องฟ้าเรืองรำไร

ลมโบกโบยมาหนาวใจ รอช้าเพียงไรตะวันจะมา
เพลิดเพลินฤทัยฟังไก่ประสานเสียงกัน
ดอกมะลิวัลย์อวลกลิ่นระคนมณฑา
โอ้ในยามนี้เพลินหนักหนา แสงทองนวลผ่องนภา แสนเพลินอุราสำราญ
หมู่มวลวิหคบินผกมาแต่รังนอน เฝ้าเชยชิดช้อนลิ้มชมบัวบาน

ยินเสียงบรรเลงดังเพลงขับขาน สอดคล้องกังวานซาบซ่านจับใจ




ไม่มีความคิดเห็น:

Frank Sinatra's Songs

Barry Manilow's Songs