อันว่าเครื่องดื่มนั้นต้องดี...ฉันจึงดื่ม และเช่นกัน อันดนตรีต้องไพเราะ...ฉันจึงฟัง

อันว่าเครื่องดื่มนั้นต้องดี...ฉันจึงดื่ม และเช่นกัน อันดนตรีต้องไพเราะ...ฉันจึงฟัง
แล้วความบันเทิงนี้...จะมีอะไรมาเทียบ

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
อาจารย์พิเศษระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ในวิชาความเสื่อมและพัฒนาการทางการเมือง (รัฐศาสตร์ : สาขาวิชาการเมืองการปกครอง) วิชาการสร้างสรรค์และการผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประสัมพันธ์) วิชาการรณรงค์การสื่อสารแบบบูรณาการ (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์) วิชาสื่อเพื่อการพัฒนา (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์) วิชายุทธศาสตร์การพัฒนา (รัฐศาสตร์ : สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น) และวิชาการบริหารการคลังสาธารณะและงบประมาณ (รัฐประศาสนศาสตร์ : สาขาการบริหารและการพัฒนาประชาคมเมืองและชนบท) รวมทั้งบรรยายในหลักสูตรบริหารธุรกิจในระดับปริญญาโท เรื่องความรู้เกี่ยวกับบรรษัทบริบาล หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) กับการประกอบธุรกิจทั่วไป
Powered By Blogger

13 กันยายน 2550

เพลงพระราชนิพนธ์ยามเย็น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสกับคณะกรรมการของสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อสมทบทุน “โครงการพัฒนาตามพระราชประสงค์” ณ ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2524 ว่า

"เพลง 'ยามเย็น' เพลงที่สองนั้นนะ เป็นเพลงพี่ของเพลง 'สายฝน' แก่เดือนไป 1 เดือน เขาเกิดเดือนเมษายน (2489)"

ทรงพระราชนิพนธ์เพลง "ยามเย็น" ตั้งแต่ยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช และโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงประพันธ์คำร้องภาษาไทย และศาสตราจารย์ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ

เพลงพระราชนิพนธ์ "ยามเย็น" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกที่พระราชทานให้นำออกบรรเลงในงานของสมาคมป้องกันวัณโรค เป็นเพลงในจังหวะฟ็อกซ์ทร็อต เหมาะสำหรับการเต้นรำของคนไทยในสมัยนั้น จึงเป็นที่ประทับใจพสกนิกรมาก และกลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมทันที แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า

"เพลง 'ยามเย็น' นี้เป็นที่รู้จัก แต่ไม่โด่งดังเหมือน 'สายฝน' "

เพลงพระราชนิพนธ์สายฝน

ทำนอง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช

คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


แดดรอนรอน เมื่อทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา

ทอแสงเรืองอร่ามช่างงามตา ในนภาสลับจับอัมพร
แดดรอนรอน เมื่อทินกรจะลาโลกไปไกล

ยามนี้จำต้องพรากจากดวงใจ ไกลแสนไกลสุดห่วงยอดดวงตา

แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน ทุกวันคืนรื่นอุรา

ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญาณ์ เหมือนดังนภาไร้ทินกร
แดดรอนรอน หากทินกรจะลาโลกไปไกล

ความรักเราคงอยู่คู่กันไป ในหัวใจคงอยู่คู่เชยชม

แดดรอนรอน หมู่มวลภมรบินลอยล่องตามลม

คลอเคล้าพฤกษาชาติชื่นเชยชม ชมสมตามอารมณ์ล่องเลยไป
ลิ่วลมโชย กลิ่นพรรณไม้โปรยโรยร่วงห่วงอาลัย

ยามสายัณห์พลันพรากจากดวงใจ คอยแสงทองวันใหม่กลับคืนมา

แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน ทุกวันคืนชื่นอุรา

ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญาณ์ เหมือนดังนภาไร้ทินกร
โอ้ยามเย็น จวบยามนี้เป็นเวลาสุดอาวรณ์

ยามไร้ความสว่างห่างทินกร ยามรักจำจะจรจากกันไป



ไม่มีความคิดเห็น:

Frank Sinatra's Songs

Barry Manilow's Songs