อันว่าเครื่องดื่มนั้นต้องดี...ฉันจึงดื่ม และเช่นกัน อันดนตรีต้องไพเราะ...ฉันจึงฟัง

อันว่าเครื่องดื่มนั้นต้องดี...ฉันจึงดื่ม และเช่นกัน อันดนตรีต้องไพเราะ...ฉันจึงฟัง
แล้วความบันเทิงนี้...จะมีอะไรมาเทียบ

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
อาจารย์พิเศษระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ในวิชาความเสื่อมและพัฒนาการทางการเมือง (รัฐศาสตร์ : สาขาวิชาการเมืองการปกครอง) วิชาการสร้างสรรค์และการผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประสัมพันธ์) วิชาการรณรงค์การสื่อสารแบบบูรณาการ (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์) วิชาสื่อเพื่อการพัฒนา (นิเทศศาสตร์ : สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์) วิชายุทธศาสตร์การพัฒนา (รัฐศาสตร์ : สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น) และวิชาการบริหารการคลังสาธารณะและงบประมาณ (รัฐประศาสนศาสตร์ : สาขาการบริหารและการพัฒนาประชาคมเมืองและชนบท) รวมทั้งบรรยายในหลักสูตรบริหารธุรกิจในระดับปริญญาโท เรื่องความรู้เกี่ยวกับบรรษัทบริบาล หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) กับการประกอบธุรกิจทั่วไป
Powered By Blogger

16 กันยายน 2550

The Power Of Love - Celine Dion

The power of love

The whispers in the morning

Of lovers sleeping tight

Are rolling like thunder now

As I look in your eyes

I hold on to your body

And feel each move you make

Your voice is warm and tender

A love that I could not forsake

(first chorus)

'Cause I am your lady

And you are my man

Whenever you reach for me

I'll do all that I can

Even though there may be times

It seems I'm far away

Never wonder where I am

'Cause I am always by your side

(repeat first chorus)

(second chorus)

We're heading for something

Somewhere I've never been

Sometimes I am frightened

But I'm ready to learn

Of the power of love

The sound of your heart beating

Made it clear suddenly

The feeling that I can't go on

Is light years away

(repeat first chorus)

(repeat second chorus)

เพลง The Power Of Love เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ชอบมาก โดยเฉพาะเสียงร้องของศิลปินหญิงแสนสวย Cilene Dion คนทั่วไปอาจจะรู้จักเธอจากเพลง My Heart Will Go On ซึ่งเป็นเพลง Theme จากภาพยนต์เรื่อง Titanic แต่ Cilene มีผลงานเพลงเยอะมาก และแต่ละเพลงก็สุดยอดทั้งนั้น มีเพลงจังหวะเร็วของเธออยู่เพลงหนึ่งที่ฟังไม่เคยเบื่อ คือ That's The Way It Is แต่ตอนนี้นำ MV เพลง The Power Of Love มาชมและฟังกันก่อนดีกว่านะครับ



One Moment In Time ที่ทำให้คนร้องพ่นไฟได้

เพลง One Moment In Time ของ Whitney Houston เป็นเพลงหนึ่งที่วงการประกวดนิยมเอามาร้องแข่งขันกัน เพราะเป็นเพลงที่ใช้โชว์พลังเสียงของผู้ร้องได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในการขึ้นเสียงสูงแบบเต็มพลังของคนร้องโดยไม่มีการเก็บคำ ขอนำเอาต้นฉบับของ Whitney มาให้ชมกันก่อน และติดตามมาด้วย "ลูกโป่ง" ภคมน ในรายการฮิต Academy Fantasia Season 4 ครับ


One Moment In Time
Each day I live
I want to be a day to give the best of me
I'm only one, but not alone
My finest day is yet unknown
I broke my heart for every gain
To taste the sweet, I faced the pain
I rise and fall, Yet through it all this much remains
I want one moment in time
When I'm more than I thought I could be
When all of my dreams Are a heart beat away
And the answers are all up to me
Give me one moment in time
When I'm racing with destiny
Then in that one moment of time
I will feel, I will feel eternity
I've lived to be the very best
I want it all, no time for less
I've laid the plans
Now lay the chance here in my hands
Give me one moment in time
When I'm more than I thought I could be
When all of my dreams Are a heart beat away
And the answers are all up to me
Give me one moment in time
When I'm racing with destiny
Then in that one moment of time
I will feel, I will feel eternity
You're a winner for a lifetime
If you seize that one moment in time
Make it shine
Give me one moment in time
When I'm more than I thought I could be
When all of my dreams Are a heart beat away
And the answers are all up to me
Give me one moment in time
When I'm racing with destiny
Then in that one moment of time
I will be, I will be, I will be free,
I will be, I will be free




สุดยอดศิลปิน Whitney Houston

ดูการร้องเพลงที่ประกวดส่วนใหญ่ มักจะนำเพลงของศิลปินหญิงผิวสีผู้นี้ มาร้องกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง One Moment In Time จนทำให้ผู้นำมาร้องกลายเป็นคนพ่นไฟกันก็มี แต่มีอยู่เพลงหนึ่งของศิลปินผู้นี้ ที่ดีทั้งความหมายและความไพเราะ จากเพลง I Will Always Love You ของเธอ ซึ่งเป็นเพลง Theme ในภาพยนต์เรื่อง The Bodyguard ลองฟังกันดูนะครับ

I Will Always Love You

If I should stay
I would only be in
... your way

So I'll go
But I know
I'll think of you,
Every step of
The way

And I will always love you
I will always love you
You, my darling you... mmmmm

Better sweet, memories
That is all
I'm taking with me
So goodbye
Please don't cry
We both know
I'm not what you...
You need

And I will always love you
I will always love you

I hope life treats you kind
And I hope
You'll have all you
Dreamed have
And I'm wishing you joy and happiness
But above all this
I'm wishing you...
Love...

And I will always love you
I will always love you
I will always love you
I will always love you
I will always love you
I, I will always love you
You, Darling I love you


13 กันยายน 2550

เพลงพระราชนิพนธ์ยามเย็น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสกับคณะกรรมการของสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อสมทบทุน “โครงการพัฒนาตามพระราชประสงค์” ณ ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2524 ว่า

"เพลง 'ยามเย็น' เพลงที่สองนั้นนะ เป็นเพลงพี่ของเพลง 'สายฝน' แก่เดือนไป 1 เดือน เขาเกิดเดือนเมษายน (2489)"

ทรงพระราชนิพนธ์เพลง "ยามเย็น" ตั้งแต่ยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช และโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงประพันธ์คำร้องภาษาไทย และศาสตราจารย์ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ

เพลงพระราชนิพนธ์ "ยามเย็น" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกที่พระราชทานให้นำออกบรรเลงในงานของสมาคมป้องกันวัณโรค เป็นเพลงในจังหวะฟ็อกซ์ทร็อต เหมาะสำหรับการเต้นรำของคนไทยในสมัยนั้น จึงเป็นที่ประทับใจพสกนิกรมาก และกลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมทันที แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า

"เพลง 'ยามเย็น' นี้เป็นที่รู้จัก แต่ไม่โด่งดังเหมือน 'สายฝน' "

เพลงพระราชนิพนธ์สายฝน

ทำนอง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช

คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


แดดรอนรอน เมื่อทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา

ทอแสงเรืองอร่ามช่างงามตา ในนภาสลับจับอัมพร
แดดรอนรอน เมื่อทินกรจะลาโลกไปไกล

ยามนี้จำต้องพรากจากดวงใจ ไกลแสนไกลสุดห่วงยอดดวงตา

แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน ทุกวันคืนรื่นอุรา

ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญาณ์ เหมือนดังนภาไร้ทินกร
แดดรอนรอน หากทินกรจะลาโลกไปไกล

ความรักเราคงอยู่คู่กันไป ในหัวใจคงอยู่คู่เชยชม

แดดรอนรอน หมู่มวลภมรบินลอยล่องตามลม

คลอเคล้าพฤกษาชาติชื่นเชยชม ชมสมตามอารมณ์ล่องเลยไป
ลิ่วลมโชย กลิ่นพรรณไม้โปรยโรยร่วงห่วงอาลัย

ยามสายัณห์พลันพรากจากดวงใจ คอยแสงทองวันใหม่กลับคืนมา

แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน ทุกวันคืนชื่นอุรา

ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญาณ์ เหมือนดังนภาไร้ทินกร
โอ้ยามเย็น จวบยามนี้เป็นเวลาสุดอาวรณ์

ยามไร้ความสว่างห่างทินกร ยามรักจำจะจรจากกันไป



เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง

เป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ในขณะที่ทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช โดยพระราชทานทำนองให้ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ประเสริฐ ณ นคร อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำไปประพันธ์คำร้องภาษาไทย โดยมิได้ทรงกำหนดพระราชประสงค์ ซึ่ง ศาสตราจารย์ดอกเตอร์ประเสริฐ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าแรงบันดาลใจของเนื้อเพลงนี้ มาจากเสียงไก่ขันที่ได้ยินจากข้างบ้าน

"บ้านที่อยู่นั้น คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ ท่านก็ต้องการจะส่งเสริมการเลี้ยงไก่ เพื่อให้ไก่ที่อยุ่ในกรงสามารถไข่ได้มาก แล้วก็ให้อาหารเต็มที่ ตื่นเช้ามาไก่ขันกันเต็มไปหมดเลย ก็ได้แรงบันดาลใจจากอันนั้น"

เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง เป็นเพลงที่มีเสียงไมเนอร์ครึ่งเสียง คือเสียง "แต่" ในวรรคที่มีคำร้องว่า "ได้ยินเสียงแว่วดังแผ่วมาแต่ไกลไกล" ซึ่งคนไทยยังไม่เคยชิน แต่ในที่สุดก็ยอมรับและเป็นที่นิยมในโอกาสต่อๆมา นอกจากนี้ ยังเป็นเพลงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำลูกล้อลูกรับของดนตรีไทยมาใส่ไว้ในทำนองด้วย

ศาสตราจารย์ ดอกเต้อร์ประเสริฐเล่าว่า ได้ใช้เวลาแต่งเนื้อร้องเพียง 1 ชั่วโมง แต่ด้วยความไม่ชำนาญในโน้ตสากล จึงแต่งในลักษณะ "จบเพลงวรรคหนึ่งก็ประพันธ์เนื้อไปวรรคหนึ่ง พอจบตอนที่สามไม่ทราบว่าที่มีจุด 2 จุดท้ายโน้ตเพลงหมายความว่าให้บรรเลงย้อนต้น และต้องแต่งท่อนที่สี่อีกจึงลงท้ายเพลงว่า "โอ้ในยามนี้ เพลินหนักหนาแสงทองนวลผ่องนภา แสนเพลินอุราเหลือลืม" เมื่อจบท่อนที่ 3 ต่อมาเมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงอธิบายให้ทราบว่าจะต้องแต่งท่อนที่ 4 เพิ่มเติมอีก จึงได้เพิ่ม "หมู่มวลวิหคบินผกมาแต่รังนอน เฝ้าเชยชิดช้อนลิ้มชมบัวบาน" ส่วนตอนที่ว่า "ฟังเสียงบรรเลง ดังเพลงขับขาน สอดคล้องกังวาน ซาบซ่านจับใจ" พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงกรุณาเพิ่มเติมให้"

เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่งนี้ โปรดเกล้าฯ ให้นำออกบรรเลงครั้งแรกทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ สำหรับคำร้องภาษาอังกฤษ โปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ฯ แต่งขึ้นภายหลัง โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงช่วยแก้ไขให้ด้วย

เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง

ได้ยินเสียงแว่วดังแผ่วมาแต่ไกลไกล ชุ่มชื่นฤทัยหวานใดจะปาน

ฟังเสียงบรรเลงขับเพลงประสาน จากทิพย์วิมานประทานกล่อมใจ
ใกล้ยามเมื่อแสงทองส่อง ฉันคอยมองจ้องฟ้าเรืองรำไร

ลมโบกโบยมาหนาวใจ รอช้าเพียงไรตะวันจะมา
เพลิดเพลินฤทัยฟังไก่ประสานเสียงกัน
ดอกมะลิวัลย์อวลกลิ่นระคนมณฑา
โอ้ในยามนี้เพลินหนักหนา แสงทองนวลผ่องนภา แสนเพลินอุราสำราญ
หมู่มวลวิหคบินผกมาแต่รังนอน เฝ้าเชยชิดช้อนลิ้มชมบัวบาน

ยินเสียงบรรเลงดังเพลงขับขาน สอดคล้องกังวานซาบซ่านจับใจ




POSTER : YOUNG AT HEART


เอ่ยถึงภาพยนต์และเพลงในภาพยนต์กันมาแล้ว ก็พยายามค้นหาโปสเตอร์ของภาพยนต์เรื่อง YOUNG AT HEART มาลงไว้ เพื่อฟังเพลงไปก็ดูโปสเตอร์ไปด้วย อีกทั้งยังได้เห็นหน้าเห็นตาดารานำฝ่ายหญิงที่ชื่อ Doris Day กันด้วยว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ที่หนุ่มๆ สมัยนั้นเขาหลงไหลกันเหลือเกิน ดารานำฝ่ายชาย Frank Sinatra นั้นมีความหล่อเป็นอมตะ หน้าตาตั้งแต่หนุ่มยันแก่ก็เป็นอย่างนี้แหละ สำหรับเพลงนี้นำมาลงไว้ 2 เวอร์ชั่น เวอร์ชั่นแรกเป็นแบบ Original ส่วรอีกเวอร์ชั่นหนึ่งก็ไพเราะไม่แพ้กัน เป็นการร้อง Duo ชายหญิงออกเป็นแนว Jazz ไพเราะไม่แพ้กันทีเดียว

YOUNG AT HEART

นึกถึงเพลงเก่าที่มีความไพเราะแบบคลาสสิคขึ้นมาทีไร อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเพลง YOUNG AT HEART ที่ขับร้องโดยนักร้องหนุ่มใหญ่ Frank Sinatra ซึ่งเป็นทั้งนักร้องและดาราที่มีผลงานเพลงและการแสดงภาพยนต์ และกวาดรางวัลต่างๆ มามากมาย เพลงนี้เป็นเพลงในภาพยนต์ชื่อเดียวกับเพลง ดาราแสดงนำก็ไม่ใช่ใครอื่น Frank Sinatra แสดงคู่กับ Doris Day โดยภาพยนต์ออกฉายในปี ค.ศ.1954 หรือ ในปี พ.ศ.2497 เป็นเวลากว่า 50 ปีมาแล้ว แต่ความไพเราะของเพลงยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย วันนี้ก็เลยถือโอกาสนำเพลงนี้มาฝากกันครับ


Young at Heart
By Frank Sinatra
Fairy tales can come true, it can happen to you
If you’re young at heart
For it’s hard, you will find, to be narrow of mind
If you’re young at heart
You can go to extremes with impossible schemes
You can laugh when your dreams fall apart at the seams
And life gets more exciting with each passing day
And love is either in your heart or on its way
Don’t you know that its worth every treasure on earth
To be young at heart
For as rich as you are its much better by far
To be young at heart
And if you should survive to 105
Look at all youll derive out of being alive
Then here is the best part
You have a head start
If you are among the very young at heart
And if you should survive to 105
Look at all youll derive out of being alive
Then here is the best part
You have a head start
If you are among the very young at heart




10 กันยายน 2550

เพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน

ลุงโจนำเพลงไทยเพลงแรกมาลงไว้ใน Blog นี้ ก็คือ เพลง "พ่อของแผ่นดิน" เพราะเป็นปีแห่งความปลื้มปีติ และเป็นปีมหามงคล ที่พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงมีพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ นี้ นอกจากพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ แล้ว พระองค์ท่านยังสนพระทัยในเรื่องการดนตรี และโปรดที่จะทรงดนตรีกับมิตรสหายอยู่เนืองๆ พร้อมทั้งมีผลงานเพลงพระราชนิพนธ์ที่มีความไพเราะ ซึ่งลุงโจจะนำมาฝากให้พวกเราได้ฟังกันในช่วงนี้ครับ เริ่มจากเพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียนเป็นเพลงแรก ด้วยประวัติ เนื้อเพลง และเสียงเพลง เพื่อจะได้ฝึกร้องได้ด้วย


เพลงพระราชนิพนธ์ “แสงเทียน” “CANDLELIGHT BLUES”
เป็นเพลงแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ เมื่อเดือนเมษายน 2489 ขณะที่ทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระอนุชิราช เป็นเพลงในจังหวะบลูส์ และได้โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริทรงประพันธ์คำร้องภาษาไทย แต่เนื่องจากมีพระราชประสงค์ที่จะทรงแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิม จึงยังไม่โปรดเกล้าฯ ให้นำออกบรรเลง ซึ่งศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ประเสริฐ ณ นคร เล่าว่า “สมเด็จพระอนุชาฯ (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ) ตรัสว่า เพลง “แสงเทียน” นี่เศร้าเกินไปในตอนท้ายๆ คล้ายๆ ว่า ‘ทนทรมานมามากแล้วจะกราบลา’ ท่านจักรพันธ์ฯ ก็กราบบังคมทูลว่าเนื่องจากเป็นเพลงบลูส์ เพลงบลูส์ของอเมริกันนิโกรก็เศร้าๆ อย่างนี้ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า ถึงแม้จะเศร้าก็จริง แต่ตอนท้ายของเพลงนั้นเขาต้องมีปรัชญาชีวิต ว่าจะต่อสู้ต่อไป ยังมีความหวังอยู่”
เพลงพระราชนิพนธ์ “แสงเทียน” ออกบรรเลงช้ากว่าเพลงที่สองและสาม คือ เพลงพระราชนิพนธ์ “ยามเย็น” และ “สายฝน” ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้วงสุนทราภรณ์นำเพลงพระราชนิพนธ์ “แสงเทียน” ออกบรรเลง มีนายเอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้ขับร้อง และในพ.ศ. 2496 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ รองศาสตราจารย์สดใส พันธุมโกมลประพันธ์คำร้องเป็นภาษาอังกฤษ
เพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน
ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
จุดเทียนบวงสรวงปวงเทพเจ้า
สวดมนต์ค่ำเช้า ถึงคราวระทมทน
โอ้ชีวิตหนอ ล้วนรอความตายทุกคน
หลีกไปไม่พ้น ทุกข์ทนอาทรร้อนใจ
ต่างคนเกิดแล้วตายไป ชดใช้เวรกรรมจากจร
นิจจังสังขารนั้นไม่เที่ยง เสี่ยงบุญกรรม
ทุกคนเคยทำกรรมไว้ก่อน
เชิญปวงเทวดา ข้าไหว้วอน
ขอพรคุ้มไปชีวิตหน้า
ทนทรมานมามากแล้วจะกราบลา
หนีปวงโรคาที่เบียดเบียน
แสงแววชีวา เปรียบแสงเทียน
เปรียบเทียนสิ้นแสง ยามแรงลมเป่า
ชีพดับอับเฉา เหมือนเงาไร้ดวงเทียน
จุดเทียนถวาย หมายบนบูชาร้องเรียน
โรคภัยเบียดเบียน แสงเทียนทานลมพัดโบย
โรครุมเร้าร้อนแรงโรย หวนโหยอาวรณ์อ่อนใจ
ทำบุญทำทานกันไว้เถิด เกิดเป็นคน
ไว้เตรียมผจญชีวิตใหม่
เคยทำบุญทำคุณ ปางก่อนใด
ขอบุญคุ้มไปชีวิตหน้า
ทนทรมานมามากแล้ว จะกราบลา
แสงเทียนบูชาจะดับพลัน
แสงเทียนบูชาดับลับไป


04 กันยายน 2550

AM I THAT EASY TO FORGET ?

AM I THAT EASY TO FORGET ?

Artist Jim Reeves

Written by Carl Belew and W. S. Stevenson

They say you've found somebody new,

But that won't stop my loving you.

I just can't let you walk away,

Forget the love I had for you.

Guess I could find somebody, too,

But I don't wan't no one but you.

How could you leave without regret?

Am I that easy to forget?

Before you leave be sure you find.

You want his love much more than mine.

Cause I'll just say we've never met,

If I'm that easy to forget.

Before you leave be sure you find.

You want his love much more than mine.

Cause I'll just say we've never met,

If I'm that easy to forget.

If I'm that easy to forget.


03 กันยายน 2550

FROM RUSSIA WITH LOVE


ถ้าพูดถึงเพลงที่ชอบ ฟังแบบนุ่มๆ ก็ยังมีเสียงของ Matt Monro อีกคนหนึ่ง ที่ร้องเพลง FROM RUSSIA WITH LOVE ประกอบภาพยนต์ James Bond ในชื่อตอนเดียวกันกับชื่อเพลงในปี ค.ศ.1963 (พ.ศ.2506) สำหรับภาพยนต์ James Bond ตอน From Russia With Love เป็นนวนิยายสายลับของ เอียน เฟลมมิ่ง อันดับที่ 5 ดารานำแสดงชายยังเป็น ฌอณ คอนเนอรี่ แต่ก็รู้กันอยู่ว่าเจมส์บอนด์ใช้ดารานำแสดงหญิงเปลืองมาก เรื่องนี้คือ ดาเนียลา เบียงชี่ ชอบหน้าตาเธออยู่ เพราะแสดงความเป็นคนรัสเซียได้ดีอยู่ เอ...เราพูดเรื่องเพลง แต่ทำไมมีแต่เรื่องหนังก็ไม่รู้
James Bond 007 Movie Soundtrack
From Russia With Love
Artist by Matt Monro
Music by John Barry
Lyrics by Lionel Bart
From Russia with love I fly to you,
Much wiser since my good-bye to you.
I've traveled the world to learn,
I must return from Russia with love.
I've seen places, faces and smiled for a moment,
But oh, you haunted me so.
Still my tongue tied young pride,
l'd not let my love for you show In case you'd say no.
To Russia I flew but there and then,
I suddenly knew you'd care again.
My running around is through,
I fly to you from Russia with love.


02 กันยายน 2550

พ่อของแผ่นดิน

เริ่มต้นบล็อก"คุยกันเรื่องบันเทิง"ของลุงโจ ด้วยการนำเพลงเทิดพระเกียรติ"พ่อของแผ่นดิน" ที่ศิลปินเพลงร่วมแรงร่วมใจกันทำขึ้นมาเพื่อถวายในหลวงของเรา เนื่องในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550 นี้ มาลงไว้ และขอพระองค์จงทรงพระเจริญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน...ทรงพระเจริญ.....ทรงพระเจริญ.....ทรงพระเจริญ


พ่อของแผ่นดิน

คำร้อง โดย ชาลี อินทรวิจิตร , อาจินต์ ปัญจพรรค์ , สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ และ สุรพล โทณะวณิก

ทำนอง โดย ศ.พิเศษ ดร. แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ , วิรัช อยู่ถาวร , พิมพ์ปฎิพาณ พึ่งธรรมจิตต์ และ จิรวุฒิ กาญจนะผลิน

(หญิง) อัครศิลปิน กรองศาสตร์ กรองศิลป์ การดนตรี ร้อยกรอง บทกวี ซึ้งกมล ตราบฟากฟ้าครึ้มฝน ต้นไม้ทุกต้น พลอยยินดี รู้รักสามัคคีเพื่อพ่อแห่งไทย

(ชาย) เหล่าประชา คารวะ สดุดี แผ่นดินนี้ มีสุข ด้วยองค์พระทรงชัย บรรดาชาติชน ชื่นชม สมใจ ถวายบังคม เทิดไท้ ภูมิพลมหาราชา

(หญิง) *ภักดีถวาย ดวงใจ ของไทยทั้งชาติ มหาราช ปราดเปรื่อง เรื่องของกีฬา

(ชาย) ล้ำเลิศสื่อสาร พลังงานแทนแก้ปัญหา ฝนหลวง ฟ้าห่วงชาวนา ชาติไทย นับว่าโชคดี

(ชาย-หญิง) ** ทรงนำเศรษฐกิจพอเพียง หล่อเลี้ยงชีวา เป็นปรัชญา เกริกฟ้า ก้องปฐพี ไทยทั้งผอง ภูมิใจ ไทยเป็นไทยจนวันนี้ เพราะองค์ภูมิพลที่ คุ้มครองไทย

(ซ้ำ *, **)


Frank Sinatra's Songs

Barry Manilow's Songs